ทำยังไงให้มีไฟในการทำงาน

ทํายังไงให้มีไฟในการทํางาน

การทำงานเดิม ๆ เป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะในการทำงานในแบบที่เรียกว่า “มนุษย์เงินเดือน” ก็อาจจะมีความรู้สึกแว้บเข้ามาว่า ทำมากทำน้อย ก็ได้เงินเดือนเท่าเดิม ซึ่งก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หมดไฟในการทำงานได้ง่าย รวมทั้งบรรยากาศในออฟฟิศ เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เราหมดไฟในการทำงานได้เช่นกัน

ทำยังไงดี ให้มีไฟในการทำงานต่อไป?

1 พยายามคิดบวกบ้าง

แม้ในขณะที่คุณกำลังหมดไฟ ทุกอย่างแลดูจะทำให้อารมณ์เสียได้ง่ายไปซะทุกอย่างก็ตาม แต่สิ่งแรกที่ควรจะทำก็คือ ปรับทัศนคติของคุณดูใหม่ ลองคิดเชิงบวกดูบ้าง ให้ลองคิดในแง่ดีขึ้นว่า “มีอีกหลายคนที่ยังหางานทำไม่ได้” ซึ่งมีคำพูดที่ให้ผลดีอยู่ตลอด นั่นก็คือ ถ้าเราไปเปรียบเทียบกับคนสูงกว่า ดีกว่าเรา ก็ทำให้เรามองว่าเราต่ำ ดังนั้นให้เราลองมองคนที่กำลังลำบากมากกว่าเรา ก็จะทำให้รู้ว่าเราโชคดีแค่ไหนที่มีงานทำ มีเงินเดือนอยู่เสมอ 

รวมทั้งควรมองหาข้อดีจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตการทำงานของคุณดูบ้าง เช่น วันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็สามารถทิ้งงานพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ หลังเลิกงานก็สามารถทิ้งตัวและไปเดินช้อปปิ้ง ไปนั่งกินนั่งเมาท์กับเพื่อนได้แบบไม่ต้องคิดอะไร ซึ่งข้อดีเหล่านี้ ก็จะทำให้คุณกลับขึ้นมาจากอาการหมดไฟได้ด้วยนะ

2. ต้องตั้งเป้าหมายในการทำงานใหม่

ถ้าคุณทำงานโดยไม่ได้คิดอะไรเลย ทำไปวัน ๆ ก็จะทำให้คุณหมดไฟในการทำงานได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องวางเป้าหมายในการพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอด้วย ชีวิตคนเราก็ไม่ต่างจากการเล่นเกมในตอนเด็ก ๆ ที่พอเอาชนะได้แล้ว ให้กลับมาเล่นอีกครั้งก็ไม่อยากเล่น เช่นเดียวกัน ถ้าคุณทำงานไปจนไม่เหลือความท้าทายแล้ว ก็ควรหาความท้าทาย หรือเป้าหมายใหม่ให้กับตัวเอง เช่น ถ้าคุณทำงานที่ต้องใช้ excel คุณก็อาจจะหาโอกาสไปเรียน excel เพิ่มเติม หรือถ้าคุณยังขาดในเรื่องภาษาอังกฤษ ก็ลองไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่ม ฯ ซึ่งทุกอย่างเหล่านี้ จะช่วยให้คุณมีกำลังใจที่จะไปทำงานในวันต่อ ๆ ไป รวมถึงทำให้ความสามารถของคุณเพิ่มขึ้น ในอนาคต ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนงาน คุณก็จะมีโอกาสที่จะได้งานที่ดีกว่าเดิม เงินเดือนสูงขึ้นได้

3. ออกกำลังกาย

การลงทุนที่ดีที่สุด และจะส่งผลให้จิตใจของคุณลุกโชนขึ้นมาใหม่ ก็คือการออกกำลังกาย ถ้าคุณกำลังหมดไฟในการทำงานอยู่ เย็นนี้ให้ลองไปเดินที่สวนสาธารณะใกล้ ๆ บ้านสัก 1 ชั่วโมงดูสิ ไม่เกินอาทิตย์ จิตใจของคุณจะดีขึ้นมากเลย และเมื่อจิตใจดีและสมองดีขึ้นแล้ว ก็ค่อยไปตัดสินใจกับชีวิตว่าจะเอายังไงต่อดีได้แบบรอบคอบกว่าเดิมมาก

4. ไปเที่ยวช่วยได้

ถ้าทุกอย่างมันดูแย่ไปหมด เก็บกระเป๋าชวนเพื่อนรู้ใจออกเดินทางไปพักผ่อนสัก 2-3 วันเลยดีกว่า หรือถ้าหาใครไปไม่ได้จริง ๆ ก็เปลี่ยนตัวเองเป็น backpacker หิ้วกระเป๋า แล้วเล็ง Hostel ดี ๆ สักที่ คุณจะได้ทั้งเพื่อนใหม่ ประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่จะทำให้ช่วยคลายความกังวลที่ผ่านมาลงได้บ้าง ถือว่าเป็นวิธีการรีเฟรชสมองที่ดีมากเลยทีเดียว