ทํายังไงริดสีดวงจะหาย

โรคริดสีดวงทวาร หรือหลายคนเรียกว่า ริดซี่ เป็นโรคที่สามารถพบได้บ่อย เกิดได้กับทุกคน ทุกเพศทุกวัย ซึ่งสาเหตุก็ไม่สามารถทราบแน่ชัด อาจจะเกิดจากระบบลำไส้ ระบบการขับถ่าย รวมถึงกิจวัตรประจำวันที่มีการอั้นอุจาระอยู่บ่อยครั้ง เป็นโรคที่ทำให้เกิดความลำบากในการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก

สำหรับบทความนี้ จะไม่ได้พูดถึงวิธีการแก้ไขทางการแพทย์ เนื่องจากว่าสามารถไปหาคุณหมอแผนปัจจุบัน เพื่อปรึกษาและเข้ารับการรักษา โดยส่วนมากมักจะจบที่การผ่าตัดริดสีดวงทวารออก แต่จะขอพูดถึงการใช้สมุนไพรไทย เพื่อทำการรักษาริดสีดวงทวาร ซึ่งต้องบอกว่าวิธีนี้ เป็นแค่เพียงทางเลือก แต่ก็มีคนจำนวนมากที่หายจากโรคริดสีดวงทวารในระยะแรก โดยไม่มีอาการริดสีดวงกลับมา จะมีอะไรที่สามารถช่วยได้บ้าง เราไปดูกันดีกว่า

1.เพชรสังฆาต

ที่พูดถึงนี่ไม่ใช่เพชรสังฆาตแบบกระป๋อง หรือที่บรรจุอัดเม็ด แต่เรากำลังพูดถึงเพชรสังฆาตสด ที่ตัดมาจากต้น เนื่องจากว่ามีคนที่เคยเป็นริดสีดวงหลายคน ได้ลองทานแบบเม็ด แล้วไม่ค่อยจะเห็นผลสักเท่าไร แต่พอมาได้ทานแบบสด อาการก็ทุเลาลงภายใน 7 วัน ดังนั้น จึงอยากจะขอแนะนำให้ทานเพชรสังฆาตแบบสดมากกว่า

วิธีการรับประทาน

เพชรสังฆาตสดจะมีลักษณะเป็นปล้อง คนโบราณมักจะนิยมสอนให้ใช้ปล้องแก่ ตัดออกมา 1 ข้อ ตัดหัวตัดท้าย และเล็มเอาเส้นตรงขอบทั้ง 4 ด้านออกไปให้หมด จากนั้นให้ทำการซอยให้ละเอียดยิบ ตักใส่ช้อน รีบกินและกระดกน้ำตามทันที อย่าปล่อยให้สัมผัสลิ้นหรือคอเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้ระคายคอได้

หรือใครถนัดยัดใส่กล้วยน้ำว้าแล้วกลืน ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้เช่นเดียวกัน

รับประทานเช้า-เย็น หลังอาหาร เป็นเวลา 7 วัน ถ้าไม่ได้รู้สึกดีขึ้นแม้แต่น้อย แสดงว่าไม่ถูกกันกับโรค หยุดได้เลย แต่ถ้าอาการค่อย ๆ ดีขึ้นแบบรู้สึกได้ ให้ทานต่อเนื่องไปจนริดสีดวงฝ่อและหายไป

2. หัวไชเท้า

หลายคนกินเพชรสังฆาตแล้วไม่หาย แต่มาหายด้วยหัวไชเท้าก็มีมาก อาจจะเป็นเพราะวิตามินในหัวไชเท้า และสรรพคุณที่ช่วยลดการอักเสบ จึงสามารถช่วยนำให้ริดสีดวงทวารยุบลงได้ โดยเฉพาะริดสีดวงที่อยู่ภายใน อันนี้ผู้เขียนไปได้ยินมาจากคนแก่ท่านหนึ่ง และได้จำมาไว้ เมื่อครั้นที่คุณพ่อของผู้เขียน เป็นโรคริดสีดวงทวารแบบภายใน มีอาการถ่ายเป็นเลือดต่อเนื่องกันหลายวัน จึงได้คั้นน้ำหัวไชเท้าให้กิน ประมาณ 3 วันเลือดก็หยุดไหล และให้กินต่อเนื่องต่ออีกประมาณ 1 เดือน อาการก็จะหายไปนานเลย จะมีแค่ช่วงที่ท้องผูกมาก ๆ ทำท่าไม่ดี ก็จะรีบหาหัวไชเท้ามาคั้น แล้วก็ทานต่อเนื่องสักพัก เรียกว่าเป็นผักที่ต้องมีติดบ้านไว้เลย สำหรับคนที่เป็นโรคริดสีดวง

วิธีการรับประทาน

หัวไชเท้าที่เรานำไปต้มสุกแล้วเพิ่มความอร่อย หวานหอม แต่เวลาที่เราจะคั้นกินสดทุกอย่างจะตรงกันข้ามกันหมด คือทั้งเหม็นและทั้งขื่น แต่ว่าต้องทนนิดนึง ถ้าทานได้สัก 3 วัน ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นมากแล้ว

วิธีการคั้นจะมีอยู่ 2 วิธี คือถ้าใครมีเครื่องสกัดน้ำผลไม้แยกกาก ก็จะง่ายหน่อย เพราะเพียงหันหัวไช้เท้าแล้วหย่อนเข้าเครื่อง แล้วนำน้ำมาดื่ม ก็ได้แล้ว แต่ถ้าใครไม่มี ก็จะต้องใช้วิธีการนำหัวไชเท้าหั่นชิ้น เติมน้ำอีกนิดหน่อย แล้วนำเข้าเครื่องปั่น จากนั้นให้นำผ้าขาวบางมากรองเพื่อทานแค่น้ำเท่านั้น

ขนาดที่รับประทาน

สำหรับปริมาณที่รับประทานนั้น จะไม่ได้มีการจำกัดปริมาณไว้ แต่โดยคร่าว ๆแล้ว ถ้าหัวไชเท้าหัวเล็ก จะคั้นและดื่มให้หมดในครั้งเดียว ปริมาณน้ำจะเลยครึ่งแก้วดื่มน้ำมานิดหน่อย แต่ถ้าเป็นหัวใหญ่ ก็จะแบ่งทานได้ 2 ครั้ง

ให้ดื่มก่อนนอน หรือหลังทานอาหารเย็นสัก 2 ชั่วโมง วันละ 1 ครั้ง

บางตำราบอกว่าสามารถผสมน้ำผึ้งลงไปด้วย แต่เท่าที่ทดลองกินของพ่อแล้ว แค่นำไปแช่เย็นและดื่มเลย จะดีกว่า เพราะถ้ามันปนกันมาก มันจะยิ่งอ๊อก

การเก็บน้ำหัวไชเท้า

เมื่อคั้นน้ำเสร็จแล้ว สามารถบรรจุใส่ถุง จากนั้นมัดปากให้แน่น ใส่ในกล่องซิปล็อกอีก 1 ชั้น จากนั้นค่อยนำไปแช่ตู้เย็น ถ้าแค่ใส่ถุงพลาสติกมัดหนังยางอย่างเดียว กลิ่นของไชเท้าจะออกมาทั่วตู้เย็น เหม็นเว่อร์จ้า

การรับประทาน ถ้าได้ผลก็จะใช้เวลาไม่เกิน 5-7 วันเท่านั้น ถ้าทานน้ำไชเท้าไปแล้ว 5 วัน ไม่ได้รู้สึกดีอะไรขึ้นมาเลย ควรจะให้ทางแพทย์แผนปัจจุบันเป็นผู้จัดการต่อจะดีที่สุด