ทำอย่างไรให้น้ำหนักลดเร็วโดยไม่ต้องกินยา

4 วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ ลดความอ้วนแบบชิว ๆ ไม่ต้องพึ่งยา

อยากผอมแบบเร็ว ใครว่าทำไม่ได้ เดี๋ยวนี้ สาวๆ เริ่มหันมาให้ความสนใจกับการรักษารูปร่างด้วยวิธีลดน้ำหนักแบบธรรมชาติกันมากขึ้น แต่จะต้องทำอย่างถูกวิธี ก็จะลดน้ำหนักได้สำเร็จ ไม่ว่าจะด้วยการทานอาหารคลีน รวมไปถึงการออกกำลังกายทั้งการวิ่ง หรือเข้าฟิตเนส การลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี จะทำให้น้ำหนักเราไม่โยโย่ และไม่เสียสุขภาพ แต่หลายๆ คนก็อาจจะมองว่าการไปออกกำลังกายนั้นเสียเวลา แถมยังเหนื่อยอีก

สิ่งสำคัญก็คือระวังเรื่องอย่าใช้ยาลดความอ้วน เพราะการใช้ยาลดความอ้วนนั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพของสาวๆ อย่างคาดไม่ถึง วันนี้เราก็มีเทคนิค ลดน้ำหนักเร่งด่วน ลดน้ำหนักได้เร็ว 4 วิธีลดน้ำหนักง่ายๆ แบบธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งยา รับรองเลยว่า ไม่อันตราย และไม่ทำให้ระบบเผาผลาญพังแน่นอน

1. เปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า ถ้าจะลดน้ำหนักก็ต้องไม่กินข้าว แต่การลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหาร ไม่ได้หมายความว่าเราต้องมาอดอาหารนะ โดยเฉพาะมื้อเช้าซึ่งเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน ถือว่าเป็นมื้ออาหารที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง การกินอาหารเช้าเป็นวิธีอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้ไม่อ้วนง่าย แต่ในทางกลับกัน ถึงแม้ว่าอาหารเช้าสำคัญก็จริง แต่ถ้าอยากลดน้ำหนักใช่ว่าเราจะกินอะไรก็ได้ ธัญพืช 1 ถ้วยคู่กับนมอัลมอนด์ หรือโยเกิร์ตกับผลไม้ประเภทเบอร์รี่ เป็นมื้อเช้าที่น่าสนใจเลยทีเดียวแหละ

และที่สำคัญคือห้ามอดอาหารมื้อเย็น ที่เป็นวิธีลดน้ำหนักชวนเข้าใจผิดกันมานาน ทั้งที่จริงแล้วการงดมื้อเย็นอันตรายต่อสุขภาพ และยังอาจทำให้ระบบเผาผลาญพัง จนลดน้ำหนักไม่สำเร็จอีกด้วย  มื้อเย็นอาจทานเป็นผัก ผลไม้ และจะต้องไม่เลือกผลไม้ที่เป็นกรด และเลี่ยงการทานผักหรือผลไม้ดิบขณะท้องว่าง เพราะจะทำให้ท้องอืด เลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก เช่น ของมัน ของทอด เนื้อสัตว์ติดมัน เพราะอาจทำให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนหลอดอาหารได้

2. อย่าลืมออกกำลังกายอย่างเด็ดขาด

ในทางทฤษฎี อ้วนหรือผอม สามารถวัดได้จากค่าต่างๆ เช่น ค่าดัชนีมวลกาย การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายกว่าที่เราคิด เพราะนอกจากจะช่วยให้กล้ามเนื้อรวมถึงปอดของเราแข็งแรง สามารถทำงานได้ดีขึ้นแล้ว ก็ยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ โรคเส้นเลือดในสมองตีบ

โดยการออกกำลังกายลดน้ำหนักคือ กิจกรรมที่ดึงพลังงานไขมันส่วนเกินออกมาใช้ ในสภาวะที่หัวใจมีอัตราการเต้น 130-150 ครั้งต่อนาที จะช่วยในเรื่องของการออกน้ำหนักให้ได้ผลดี และสำหรับคนที่มีปัญหานอนไม่หลับ การออกกำลังกายก็ยังมีส่วนช่วยให้หลับสบายดีขึ้น และสำหรบคนที่อยากเพิ่มความกระชับด้วย ก็อาจจะเลือกวิธีออกกำลังกายแบบที่นำท่าของการชกมวยมาประยุกต์ใช้ (Boxing) โยคะร้อน (Hot Yoga) หรือ การฝึกการทรงตัวและการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว (Agility Workout) ซึ่งนอกจากจะช่วยให้น้ำหนักลดลง เสริมสร้างความแข็งแรงของ หัวใจและปอดแล้ว ยังช่วยยกระดับระบบเผาผลาญในร่างกาย (Basal Metabolic Rate, BMR)ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

สำหรับคนที่ทำงานหามรุ่งค่ำจนกลับบ้านมาก็มืด ไม่มีเวลาออกกำลังกาย ก็อาจจะลองมองเป็นพวกโฮมยิม หรือไม่ก็พวกอุปกรณ์ออกกำลังกายต่าง ๆ เช่น จักรยานออกกำลังกาย ลู่วิ่งไฟฟ้า รวมทั้งดัมเบล บาร์เบล มาติดบ้านไว้ เพราะสามารถทำให้เราออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องออกไปไหน แถมยังดูหนังดูคลิปแบบชิว ๆ แป้บเดียวก็ออกกำลังกายเสร็จแล้วอีกด้วย

3. พักผ่อนให้เพียงพอ

จากข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา พบว่าราว 70% ของชาวอเมริกันมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน และจากรายงานการศึกษาวิจัยจากหลายสถาบัน พบว่าการนอนหลับที่ไม่เพียงพอ และคุณภาพการนอนหลับที่ไม่ดี เช่นหลับไม่สนิท หลับยาก ตื่นบ่อย ฯ เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนได้ง่ายกว่าคนที่นอนพักผ่อนเพียงพออีกด้วย โดยผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ควรนอนวันละประมาณ 7-9 ชั่วโมงและผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ควรพักผ่อนวันละ 7-8 ชั่วโมง

รู้ไหมว่า ร่างกายเรามีสารควบคุมน้ำหนักอยู่ด้วย ซึ่งเจ้าสารควบคุมน้ำหนักนี้เป็นสารพิเศษที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นมาได้เอง โดยไม่ต้องใช้สารอาหารใดๆ มากระตุ้น โดยจะเกิดขึ้นในระหว่างที่เรานอนหลับ เพราะฉะนั้นหากเรายิ่งนอนหลับนานและลึก ก็จะยิ่งช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนนี้ได้ง่ายขึ้น ซึ่งช่วยให้การลดน้ำหนักเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากอีกด้วย

4. อย่าท้อแท้

เวลากินทำไมมันช่างอร่อย แสนหักห้ามใจซะเหลือเกิน แต่พอกินเข้าไปแล้ว… คนที่ลดความอ้วน พอถึงจุดหนึ่งจะมีความรู้สึกอยากกินโน่นนี่เต็มไปหมดเลย ประดุจว่าถ้าไม่กินแล้วจะขาดใจตายกันตรงนี้เลยก็ว่าได้ แต่พอหยิบเข้าปากไปคำนึงแล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างบ้าคลั่งในทันที

หลายคนที่เริ่มลดความอ้วนมาได้สักพัก รู้สึกว่าน้ำหนักไม่ลงเร็วอย่างที่คิด ก็ต้องอย่าเพิ่งใจร้อนและต้องเข้าใจธรรมชาติของการลดน้ำหนักว่าต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป และที่สำคัญคืออย่ากังวลกับเป้าหมายที่ตั้งไว้มากเกินไปจนเครียดไปได้ เพราะการลดน้ำหนักด้วยวิธีลดน้ำหนักแบบธรรมชาติต้องใช้เวลา แต่ก็จะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่าแก่การพยายามของคุณอย่างแน่นอน ดังนั้นก็อย่าไปกังวลมากนัก เมื่อไม่เครียด อะไรก็จะสำเร็จได้นะคะ